ข่าว

เมษายน 20, 2021

Thai Over muaythai ไทยโอเวอร์มวยไทย

ไทยโอเวอร์มวยไทย นิตยสารมวยออนไลน์

4 ยอดนักมวยไทยชื่อดัง

1 min read

มวย

4 ยอดนัก มวย ไทยชื่อดัง ที่คอ มวย ต้องรู้จัก วันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับยอดนัก มวย ทั้ง 4 คนอย่างใกล้ชิด ต่วนเป๋ หรือมีชื่อเล่นว่า ”เป๋” พื้นเพเป็นชาว อ.ตาลสุม จ.อุบลราชธานี โดยกำเนิด โดยขาข้างขวาลีบมาตั้งแต่อายุ 2 ขวบ มวย ไทย

ต่วนเป๋ เกียรติคมสิงห์

ต่วนเป๋ เกียรติคมสิงห์

4 ยอดนักมวยไทยชื่อดังแค่ได้ยินชื่อนี้ แฟนมวยก็เฮลั่นแล้ว ต่วนเป๋ คือเบอร์หนึ่ง ในด้านความดัง จากผลงานสุดยอดในวิกเจ็ดสี ได้รับเสื้อสามารถเมื่อปีที่แล้ว มาปีนี้ก็ยังโชว์ฟอร์มสวยต่อเนื่อง จนแฟนมวยตู้คิดไม่ออกว่า ต่วนเป๋ จะแพ้ใครได้ ซึ่งก็ต้องถือว่าต่วนเป๋ คือมวยสร้างสายเกียรติเพชรที่มาดัง ในเวทีมวยตู้มากกว่าเวทีมวยมาตรฐาน ที่เจ้าตัวไม่สามารถงัดฟอร์มเก่งออกมา แต่กับมวยไทยเจ็ดสีนั้น ยอดนักมวยจากเมืองอุบล หวดแข้งขวาไม่ยั้ง ไล่เตะคู่ชกมาแล้วหลายราย นอกจากชื่อเสียงที่โด่งดัง ต่วนเป๋ก็มีฝีมือที่ไม่ธรรมดา แข้งขวาเป็นอาวุธหลัก บวกกับร่างกายที่แข็งแกร่ง รูปร่างเพรียวแทบไม่น่าเชื่อว่าต่อยในพิกัด 130-135 ได้สบายๆ อีกทั้งยังมีความมุทะลุไม่ยอมแพ้ เดินไล่เตะจนคู่ชกอ่อนปวกเปียกไปได้หลายต่อหลายราย ต่วนเป๋ไม่ได้ขึ้นชกบ่อยนักที่วิกหมอชิต แต่ยามใดที่เขามาเยือน เขาจะทำให้ทั้งเวทีมวย และหน้าตู้ทั้วประเทศ ต้องหยุดดูเป็นเชียร์ไปพร้อมกัน

สามเอ ไก่ย่างห้าดาวยิม

สามเอ ไก่ย่างห้าดาวยิม

สามเอ ไก่ย่างห้าดาวยิม (เกิดวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2526 ที่จังหวัดบุรีรัมย์, ชื่อจริง: วัชริศ จวบรัมย์, ชื่อเล่น: เอ) เป็นนักมวยไทยที่มีผลงานนานนับทศวรรษ และได้รับการกล่าวว่าเป็นนักมวยตัวอย่าง ที่ไม่เคยมีประวัติด่างพร้อยตลอดช่วงระยะเวลาที่อยู่ในวงการ รวมถึงได้รับเลือกเป็นนักมวยไทยยอดเยี่ยมแห่งปี 2554  และเป็นผู้ครองแชมป์รุ่น 122 ปอนด์สนามมวยเวทีลุมพินี ปัจจุบัน สามเอมีค่าตัวอยู่ที่ 1 แสนบาท

สามเอได้เข้าร่วมการแข่งขันมวยสากล ในวันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 โดยพบกับคู่ชกชาวฟิลิปปินส์ ที่มีจัดการแข่งขันขึ้นที่จังหวัดสระบุรี วันที่ 7 ธันวาคม สามเอเข้าแข่งขันรายการศึกลุมพินีแชมเปี้ยนเกริกไกร ที่เวทีมวยลุมพินี โดยพบกับโพธิ์แก้ว ฝนจางชลบุรี และสามเอเป็นฝ่ายชนะคะแนน

ประวัติ

สามเอเริ่มฝึกมวยไทยครั้งแรกตั้งแต่อายุ 9 ปี โดยใช้ชื่อ สามเอ ลูกหนองเพชร ในการชกครั้งแรกด้วยใจรักในมวยไทยโดยไม่มีใครบังคับ และได้รับค่าตัวในการชกครั้งแรกที่ 100 บาท เขามีครูมวยคนแรกคือ ครูทรง จวบรัมย์ เดิมเขาเคยถูกคู่ชกเข้าโจมตีแบบหนักหน่วง และชวนทะเลาะในการแข่งบ่อยครั้ง จนเขาออกอาการถอนใจ อีกทั้งเคยล้มเหลวในความรักช่วงวัยรุ่น กระทั่งสูญเสียจุดยืนไปพอสมควร แล้วในที่สุด เขาก็สามารถกลับมายืนหยัดอีกครั้งในวงการมวยไทย และเป็นนักมวยไทยที่มีความแข็งแกร่งขึ้นอย่างมากในเวลาต่อมา

สามเอได้ย้ายค่ายจาก ท.รัตนเกียรติ มาอยู่ที่ค่ายไก่ย่างห้าดาว ซึ่งเป็นค่ายมวยของ ดร.พงษ์ วิเศษไพฑูรย์ และปัจจุบันเขาได้รับการสนับสนุนจาก วิรัตน์ วชิรรัตนวงศ์ด้วยค่าตัว 1 แสนบาทในทุกไฟท์ รวมทั้งยังได้รับการสนับสนุนจาก ดร.พงษ์ วิเศษไพฑูรย์ สำหรับกรณีที่ภายหลังจากอำลาวงการ โดยจะได้รับสิทธิในการเป็นเจ้าของร้านเซเว่น อีเลฟเว่น หนึ่งสาขา ณ ที่ใดก็ได้ตามที่เขาต้องการ ในวันที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 สามเอได้เข้าร่วมแข่งขันรายการศึกรวมน้ำใจวงการมวย ซึ่งเขาได้พบกับคู่ชกอย่างเป็นเอก ศิษย์หนุ่มน้อย จากการแข่งขันในครั้งนี้ สามเอเป็นฝ่ายแพ้คะแนน

รางวัลที่ได้รับ

  • แชมป์ 115 ปอนด์ สนามมวยเวทีลุมพินี
  • แชมป์ 122 ปอนด์ สนามมวยเวทีลุมพินี และ ประเทศไทย
  • นักมวยไทยยอดเยี่ยม สยามกีฬาอวอร์ดปี 2553
  • นักมวยไทยดีเด่น การกีฬาแห่งประเทศไทย
  • นักมวยไทยยอดเยี่ยมประจำปี 2554 สนามมวยเวทีลุมพินี
  • ยอดมวยชมรมเพื่อน 19
  • พ.ศ. 2555 รางวัลนักมวยไทยอาชีพยอดเยี่ยม สยามกีฬาอวอร์ดส์ ครั้งที่ 6  (รางวัลสยามกีฬาอวอร์ดส์สองปีซ้อน)
ซีอุย ส.สุนันท์ชัย

ซีอุย ส.สุนันท์ชัย

ซีอุย ส.สุนันท์ชัย มีชื่อจริงคือ สิทธิชัย คอโมแฮ เกิดวันที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2531 ที่ตำบลปงตำ อำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ สำเร็จการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จากโรงเรียนเมธีวุฒิกร จังหวัดลำพูน เขาเริ่มชกมวยครั้งแรกโดยอาศัยอยู่ที่วัดเหมืองง่า จังหวัดลำพูน ตั้งแต่เด็ก ค่ายมวย ศ.วีระพันธ์ ของหลวงพี่วีระพันธ์ ประภัสสโร โดยมีเฮียน้อย ป่ายาง เป็นหัวหน้าคณะและผู้ฝึกสอน ซึ่งซีอุยเป็นศิษย์น้องร่วมค่ายกับ เด่นนากลาง ศ.วีระพันธ์ อดีตนักมวยชื่อดัง ซีอุยยังเคยไปชกรายการศึกวันทรงชัยหลายครั้ง โดยไปอาศัยฝึกซ้อมที่ค่ายมวย แก้วสัมฤทธิ์ ของคุณศรีเมือง สิงห์สวนเงิน ภายหลัง ซีอุยได้มีความขัดแย้งกับหัวหน้าคณะ เฮียน้อยป่ายาง เขาจึงย้ายไปอยู่ค่าย ส.สุนันท์ชัย ที่อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ และต่อมาได้ไปชกถ่ายทอดผ่านทางช่อง 7 จากความพากเพียร มุมานะทุ่มเท รวมทั้งรูปแบบการแข่งขันแบบเร้าใจ ทำให้ เดียร์ เกียรติเพชร ได้มาชักชวนให้อยู่ที่ค่ายเพชรพญาไท ตั้งแต่ พ.ศ. 2550 เป็นต้นมา ต่อมา ซีอุย ส.สุนันท์ชัย ได้พบกับ พัทยา ศิษย์แก้วประพล ในรายการศึกจ้าวมวยไทย วันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2552 ที่วิกอ้อมน้อย ซึ่งซีอุยเคยชกกับนักมวยดังกล่าวมาแล้วสามครั้ง โดยพลัดกันแพ้ผลัดกันชนะ และในการแข่งขันครั้งดังกล่าว ซีอุยเป็นฝ่ายชนะอย่างเป็นเอกฉันท์ ต่อมา ในวันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2552 ซีอุย ส.สุนันท์ชัย พบกับ วังเงิน ต.ชูชีพ ในรายการศึกจ้าวมวยไทย ซึ่งจัดขึ้นที่เวทีมวยสยาม อ้อมน้อย โดยซีอุยเป็นฝ่ายใช้เข่าและศอกอยู่บ่อยครั้งในช่วงยกที่ 4 จนวังเงินเป็นฝ่ายล้มลง ซีอุยจึงเป็นฝ่ายชนะน็อกได้ในยกดังกล่าว

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 ซีอุย ส.สุนันท์ชัย ได้พบกับ โอโรโน่ อิมิเน้นท์แอร์ ที่ทางช่อง 7 จัดขึ้นในกรุงเทพ ประเทศไทย การแข่งขันครั้งดังกล่าวเป็นที่น่าสนใจสำหรับชาวต่างชาติอยู่พอสมควร และวันที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2553 ซีอุยได้พบกับ ขวัญเมือง เพชรเมืองตราด ในรุ่น 122 ปอนด์ มวยเอกในรายการศึกมวยไทย 7 สี ที่เวทีมวยไทย 7 สี ซึ่งซีอุยเป็นฝ่ายชนะคะแนน ต่อมาในวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2553 ซีอุยได้พบกับ รุ่งราวี ศศิประภายิม ในรายการศึกมวยไทย 7 สี ทั้งคู่แข่งกันจนถึงยกสุดท้าย แต่แล้วซีอุยก็เป็นฝ่ายแพ้ด้วยคะแนน 49-48  และในรายการ ศึกวันจีรวัฒน์+เกียรติเพชร 7 สี ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2554 ที่โรงเรียนจะนะวิทยา อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ซีอุยได้พบกับ มาประลอง ตะวันแดงขอนแก่น โดยซีอุยเป็นฝ่ายโจมตีด้วยหมัดและศอกจนมาประลองเกิดมีเลือดไหลที่ใบหน้าในยกที่สี่ และในยกสุดท้าย ซีอุยเป็นฝ่ายโจมตีรุนแรงมากยิ่งขึ้น แต่เขาก็ถูกศอกจนเลือดออกเช่นกัน แล้วซีอุยก็เป็นฝ่ายชนะคะแนนในท้ายที่สุด ซึ่งการแข่งขันในครั้งนี้ มีแฟนมวยเข้าชมกันอย่างหนาแน่น ยอดค่าเข้าชมในการแข่งขันครั้งดังกล่าวเก็บได้ 8 แสนบาท ในวันที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2554 ซีอุยได้พบกับ มาประลอง ตะวันแดงขอนแก่น อีกครั้ง ในการแข่งขันทางช่อง 7 ในครั้งนี้ ซีอุยเป็นฝ่ายแพ้คะแนน และได้รับรางวัลคู่เดือดประจำอาทิตย์ในเวลาต่อมา และในวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2554 ได้มีการจัดการแข่งขัน “ศึกวันรวมพลคนรักพ่อ – เกียรติเพชร 7 สี” เฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา ที่สนามมวยชั่วคราว โรงเรียนสงขลาวิทยาคม อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา ซึ่งซีอุยได้สู้กับ มนต์ขาว ช.จันมณี อย่างดุเดือด แต่ในท้ายที่สุด ซีอุยได้เป็นฝ่ายแพ้คะแนน ในขณะที่ยอดเก็บค่าผ่านประตูรวมบัตรล่วงหน้าในรายการแข่งขันครั้งนี้ อยู่ที่กว่า 3 ล้านบาท

ซีอุย พบกับคู่ชก ลูกแมน ฝนจางชลบุรี โดยเป็นคู่เอกของรายการ ศึกมวยไทย 7 สี ที่จัดขึ้นในวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2555 ซึ่งซีอุยเป็นฝ่ายแพ้คะแนนจากนั้น ซีอุยได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในนักมวยไทยที่เป็นตัวแทนทีมไทยในการแข่งขันกับทีมยุโรปของรายการ มวยเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามกุฎราชกุมารฯ ที่มีการจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในวันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 ที่เวทีมวยชั่วคราว ตลาดศรีเมือง จังหวัดราชบุรี โดยมีคู่ชกคือ วันมาริโอ แก้วสัมฤทธิ์ (ฮวน มาริโอ) ซึ่งเป็นนักมวยไทยชาวสเปน โดยซีอุยเป็นฝ่ายชนะคะแนน และมีประชาชนนับหมื่นคนร่วมชมการแข่งขันดังกล่าว และในวันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2555 ซีอุยเข้าแข่งขันรายการมวยไทยวอริเออร์ส ซึ่งจัดขึ้นที่เขตบริหารพิเศษมาเก๊า ในคู่ชิงแชมป์มวยไทยวอริเออร์ส รุ่นไลท์เวท 59 กก. โดยได้พบกับสตีฟ เมเลดี ซึ่งเป็นนักมวยไทยชาวไอร์แลนด์ จากการแข่งขันดังกล่าว ซีอุยเป็นฝ่ายชนะคะแนน

เกียรติประวัติ

  • รางวัลนักมวยขวัญใจช่อง 7 สี
  • รางวัลนักมวยขวัญใจมหาชน ช่อง 7 สี ของชมรมผู้สื่อข่าวกีฬามวย
  • คู่มวยดุเดือดแห่งปี 2555 ของเวทีมวยช่อง 7 สี

ปกรณ์ พีเค แสนชัยมวยไทยยิม

ปกรณ์ พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม หรือที่รู้จักในชื่อชกเดิมคือ ปกรณ์ ศักดิ์โยธิน ชื่อเล่น ปาล์ม เป็นนักมวยไทยชาวไทย ระดับนักมวยเอกจากศึกวันทรงชัย โดยใน พ.ศ. 2554 เขาได้รับการจัดเป็น 1 ใน 10 นักไทยมวยยอดเยี่ยมแห่งปี ตลอดจนเป็นผู้ได้รับรางวัลนักมวยไทยอาชีพดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2556 จากการกีฬาแห่งประเทศไทย

มวยไทยอาชีพ

วันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2554 ปกรณ์เข้าแข่งขันศึกเพชรสุภาพรรณ ที่เวทีมวยลุมพินี โดยได้พบกับนักชกอย่างก้องศักดิ์ ศิษย์บุญมี ส่วนในวันที่ 22 ธันวาคม ปกรณ์เข้าแข่งขันที่เวทีมวยราชดำเนิน โดยได้พบกับวันเฉลิม อู๊ดดอนเมือง และปกรณ์เป็นฝ่ายแพ้คะแนน

วันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555 ปกรณ์เข้าแข่งขันคู่เอกนำรายการซูเปอร์โชว์ดาวน์ ซึ่งจัดขึ้น ณ สกอตแลนด์ โดยได้พบกับแสนชัย พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม ซึ่งเป็นการโคจรมาพบกันของสองนักมวยที่มีชื่อเสียง และในวันที่ 24 ธันวาคม ปกรณ์เข้าแข่งขันศึกวันสถาปนา 67 ปี เวทีราชดำเนิน โดยเป็นฝ่ายชนะคะแนนก้องเพชร ลูกบุญมี

วันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556 โปรโมเตอร์ทรงชัย รัตนสุบรรณ ได้จัดการแข่งขันศึกวันทรงชัย ณ เวทีมวยราชดำเนิน โดยจัดให้ปกรณ์ได้พบกับเพชรเอก เกียรติยงยุทธ ซึ่งในปี พ.ศ. 2556 ปกรณ์ได้เป็นฝ่ายชนะการแข่งขันมาโดยตลอด ซึ่งแพ้เพียงเป็นเอก ศิษย์หนุ่มน้อย และดีเซลเล็ก อู๊ดดอนเมือง เท่านั้น โดยในเวลาต่อมา ปกรณ์ได้เข้าแข่งขันศึกวันสถาปนาอำลาลุมพินีปีที่ 57 จากการระดมนักมวยไทยที่มีชื่อเสียงแห่งยุคมาเพื่อพิสูจน์ฝีมือ

ด้านผลงานอื่น ปกรณ์ยังเคยเป็นคู่ฝึกซ้อมให้แก่ไข่มุกขาว ป.ไทยรุ่งเรืองค้าไม้ มาแล้วครั้งหนึ่ง

มวยสากลสมัครเล่น

วันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2553 ปกรณ์ มุสิผล หรือ ปกรณ์ ศักดิ์โยธิน เข้าแข่งขันมวยสากลสมัครเล่นชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 30 ที่เดอะมอลล์ งามวงศ์วาน ในฐานะตัวแทนสังกัดสโมสรลูกประดู่ โดยเป็นฝ่ายชนะคะแนนสรวุฒิ กัลยาเนียม ด้วยคะแนน 5-1  จากนั้น ในวันที่ 11 กันยายน ปกรณ์เป็นฝ่ายชนะอาร์เอสซี สุวัฒน์ โพธิ์ศรีสุข ในรอบ 16 คนสุดท้าย และในวันที่ 12 กันยายน ปกรณ์ได้เป็นฝ่ายแพ้คะแนนต่อสันติ เจ๊ะอาหลี หรือ ฤทธิ์เดช ใหม่เมืองคอน ที่ 10-2 คะแนนในรอบ 8 คน

แสงมณี ส.เทียนโพธิ์

แสงมณี ส.เทียนโพธิ์

แสงมณี ส.เทียนโพธิ์ มีชื่อจริงคือ พงศกร สิทธิเดช เกิดเมื่อวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2540 เป็นชาวอำเภอมัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น เป็นทั้งนักมวยไทยและนักมวยสากลสมัครเล่นชาวไทย

แสงมณีเริ่มชกมวยเมื่ออายุ 7 ขวบ โดยบิดาของเขาเคยเป็นนักมวยไทยมาก่อน ในชื่อ เพลงศึก สุรสีห์ปียะ โดยบิดาของเขาได้ถ่ายทอดทักษะมวยไทยให้เขา เคยเดินสายชกตามที่ต่างๆ โดยเป็นนักมวยที่คว้าเงินเดิมพันมากที่สุดทั้งๆที่น้ำหนักยังน้อยแค่ 25 กิโลกรัม

แสงมณีเริ่มมีชื่อเสียงเมื่อ พลตำรวจตรี ดร. เสวก ปิ่นสินชัย โปรโมเตอร์เจ้าของรายการศึกอัศวินดำ ที่ถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ นำแสงมณีมาสร้างสรรค์โดยจัดชกในมวยรอบ “ทารกเงินล้าน” และสามารถคว้าแชมป์มวยรอบนั้นมาได้

แสงมณีพัฒนาฝีมือขึ้นเรื่อยๆ จนสามารถสร้างชื่อในเวทีมวยมาตรฐานในกรุงเทพมหานครได้ บิดาจึงนำแสงมณีไปให้พันตำรวจโทสุทธิชัย เทียนโพธิ์ เป็นผู้ดูแล พร้อมทั้งส่งแสงมณีเข้าเรียนที่โรงเรียนมัธยมนาคนาวาอุปถัมภ์ โดยทุกครั้งที่แสงมณีชกจะทำการซ้อมที่ค่ายมวย 13 เหรียญพระรามเก้า พร้อมกันนั้นแสงมณีได้พัฒนาฝีมือจนผงาดเป็นนักมวยไทยค่าตัวเงินแสน เคยครองแชมป์มวยไทย 4 รุ่นด้วยกัน (ลุมพินี 1 รุ่น ราชดำเนิน 3 รุ่น) ในระยะเวลาไม่ถึง 10 เดือน

หลังจากประสบความสำเร็จในแบบมวยไทย แสงมณีหันไปชกมวยสากลสมัครเล่นให้กับทีมชาติไทย โดยในรายการมวยสากลสมัครเล่นชิงชนะเลิศแห่งเอเชีย 2014 แสงมณีตกรอบ 8 คนสุดท้าย ทำให้แสงมณีหันไปชกมวยไทยต่อ โดยสามารถคว้าแชมป์มวยรอบ 4 คน รายการคิงส์ไฟต์เตอร์ ในรายการ ศึกลุมพินีแชมเปียนเกริกไกร นัดปฐมฤกษ์ของสนามมวยเวทีลุมพินีแห่งใหม่ รามอินทรา เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557 

เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2557 แสงมณีขึ้นชกในรายการศึกวันทรงชัยที่เวทีมวยราชดำเนินกับ ธนญชัย ท.แสงเทียนน้อย ซึ่งเคยเจอกันมาแล้ว 3 ครั้ง โดยครั้งนี้ธนญชัยเป็นฝ่ายชนะคะแนน และหลังการชกวันนั้น แสงมณีได้หมดสติขึ้นมาจนต้องนำตัวส่งโรงพยาบาล ซึ่งเชื่อว่าน่าจะถูกวางยา

เกียรติประวัติ
  • แชมป์รุ่นมินิมั่มเวท สนามมวยเวทีลุมพินี (พ.ศ. 2555)
  • แชมป์รุ่นไลต์ฟลายเวท เวทีมวยราชดำเนิน(พ.ศ. 2555)
  • แชมป์รุ่นฟลายเวท เวทีมวยราชดำเนิน (พ.ศ. 2555)
  • แชมป์รุ่นซูเปอร์ฟลายเวท เวทีมวยราชดำเนิน (พ.ศ. 2556)
  • แชมป์มวยรอบ 4 คน คิงส์ไฟเตอร์ สนามมวยเวทีลุมพินี (28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557)
  • เยาวชนดีเด่นด้านกีฬาจากเขตสวนหลวง และเยาวชนดีเด่นด้านกีฬาจากกรุงเทพมหานคร (พ.ศ. 2555)
  • เยาวชนต้นแบบมวยไทยจากสมาคมผู้สื่อข่าวอาชญากรรมแห่งประเทศไทย (พ.ศ. 2556)

4 ยอดนักมวยไทย

ประวัติเพิ่มเติม

More Stories